1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>

ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังฆ่าเชื้อ

PDFPrint

Article Index
ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังฆ่าเชื้อ
หมายเหตุ อันตรายจากการใช้เครื่องผลิตแก๊สโอโซน
All Pages

 

ขั้นตอนการทำความสะอาดบ้านหลังฆ่าเชื้อ

 

1. ขูด-ขัดคราบตะไคร่และคราบสิ่งสกปรกออกจากพื้น ผนัง ที่ถูกน้ำท่วม ถ้าเป็นไปได้ควรขูดสีเดิมส่วนที่ถูกน้ำท่วมออกให้หมด(ให้เลยระดับที่ถูกน้ำท่วมประมาณอย่างน้อย 1.0 เมตร) เพราะผนังปูนส่วนที่ติดกับระดับผิวน้ำท่วมจะอุ้มความสกปรกซึมลึกเข้าไปใต้ผิวสีและจะเป็นแหล่งของเชื้อราและสปอร์สะสมไว้ ซึ่งหากมีโอกาสสัมผัสกับอากาศก็จะฟุ้งกระจายออกมาก่อให้เกิดอันตรายมาก

2. เช็คคราบฝุ่นและเชื้อราที่จับตามผนังส่วนบนและฝ้าเพดานให้สะอาดด้วยน้ำผสมผงซักฟอกหรือถ้าเป็นไปได้น่าจะใช้เป็นน้ำผสมสารฆ่าเชื้อชนิดไม่เป็นอันตรายที่มีใช้ทั่วไปในโรงพยาบาลต่างๆน่าจะดีกว่า แต่ถ้าแพงไปก็สามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในห้องครัวทั่วไปก็ได้

3. การฆ่าเชื้อด้วยการเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่กล่าวข้างต้นจะสามารถแก้ปัญหาเชื้อราที่ผิวผนังได้แต่อาจจะไม่สามารถฆ่าสปอร์ของเชื้อราที่ซึมลึกเข้าไปได้

การแก้ปัญหานี้ เราสามารถหาน้ำยาฆ่าเชื้อบางชนิดที่สามารถนำมาทาบนผิวผนังและสามารถมาสีมับได้เลยมาทาซ้าอีกครั้งหนึ่งก่อนการทาสีจริง หรืออาจจะทำการพ่นเคลือบผนังด้วยน้ำยา Photo Catalyst และส่องฆ่าเชื้อด้วยแสง Uvc สลับกับการอบด้วยแก๊สโอโซนเป็นช่วงๆ สัก 3-4 วัน ก็น่าจะได้ผลดีเช่นกัน

 

การจัดการกับเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ประกอบบ้าน

 

ตามที่กล่าวมาแล้วว่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เบาะ โซฟาร์ โต๊ะ เก้าอี้บุนวม ฟองน้ำ ผ้าม่าน จะเป็นแหล่งที่เก็บสะสมเชื้อได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการทำความสะอาดต้องเอาไปล้างให้สะอาดและตากแดดให้แห้ง หลายๆ เที่ยว ถ้าเป็นส่วนที่บุฟองน้ำ ควรจะตัดใจรื้อเอาฟองน้ำออก ล้างโครงให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและบุใหม่ หรือถ้าจะประหยัดก็อาจจะเอามาถอดหนังที่หุ้มออกแล้วฉีดหรือแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อให้ปลอดเชื้อ ก่อนเอาไปตากแห้งจริงๆ

สำหรับบ้านที่มีเครื่องผลิตแก๊สโอโซนความเข้มข้นสูงใช้เอง ก็สามารถนำเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวข้างต้นมากองในห้องเล็กๆ ที่สามารถปิดมิดชิดได้เพื่ออบด้วยแก๊สโอโซนเข้มข้น สลับกันการตากด้วยแสง UV-c ติดต่อกัน 3-4 วัน (โดยอาจจะตั้งเวลาการอบโอโซนและการตากแสง UV-c สลับกันทำงาน ซึ่งหากทำครบตามขั้นตอนแล้วก็จะสามารถมั่นใจในความสะอาดได้)

กรณีที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ถ้าเกิดการบวมน้ำคงต้องทิ้งทั้งหมดเพราะจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อตลอดไป แต่ถ้าเป็นเนื้อไม้จริง ต้องเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ถ้าแช่หรือเช็ดชุ่ม ๆ ให้น้ำยาฆ่าเชื้อซึมเข้าไปในเนื้อไม้ได้ยิ่งดี จากนั้นทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิทจริง(อบด้วยแก๊สโอโซนเหมือนตอนแรก) แล้วจึงทำการอุด โป๊วรอยต่อ หรือรอยร้าวต่างๆ ให้สนิทแข็งแรงก่อนทาสีหรือน้ำยาเคลือบเงาผสมสาร Photo Catalyst ทับเพื่อให้สามารถฆ่าเชื้อตัวเองได้

ฝ้าเพดาน ผนังเบาที่กรุด้วยยิบซั่มหรือผนังเก็บเสียง Acoustic Board หรือฉนวนกันความร้อนแบบใดๆ ก็ตามที่มีรูพรุน โปร่งอุ้มน้ำหรืออากาศได้น่าจะรื้อทิ้งเพราะไม่สามารถล้างเอาสิ่งสกปรกที่ฝังในช่องว่างต่างๆ ได้ แต่ถ้าไม่อยากรื้อก็ต้องทำการล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลายๆ ครั้งจนสะอาด แล้วจึงทำตามขั้นตอนที่ 2 และอาจจะต้องทำซ้ำบ่อยๆ ตลอดไป เพราะเชื้อจากภายในน่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อไปเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าอาจจะทำการอบด้วยแก๊สโอโซนซ้ำทุกอาทิตย์ และเปิดแสง UV-c เป็นช่วงๆ แต่ต้องระวังไม่เปิดในเวลาที่มีคนอยู่เพราะอาจจะเป็นอันตรายได้หากสูดดมโอโซนหรือส่องถูกแสง UV-c เป็นเวลานานๆ

 

การทาสีบ้าน

 

บ้านที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานานส่วนใหญ่สีส่วนที่ถูกน้ำท่วมจะหลุดล่อนออกมาหมด ซึ่งจะเป็นการแสดงสภาพเฉพาะภายนอกเท่านั้น แต่ภายในเนื้อปูนจะมีปัญหามากกว่านั้นเพราะเชื้อราและสปอร์ของเชื้อราจะฝังตัวอยู่ในเนื้อปูน รอเวลาที่เหมาะสมออกมาอาละวาด

ขั้นตอนต่อจากการทำความสะอาดตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้วก็คือการทาสีทับหน้าเพื่อให้บ้านกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งหากเราใช้สีกันเชื้อราทั่วไปก็จะเป็นการดี แต่หากสามารถเพิ่มเติมสาร Photo Catalyst เข้าไปในเนื้อสีด้วยก็จะได้ผนังที่ไม่เพียงแต่กันเชื้อราแต่ยังสามารถฆ่าเชื้อราที่มาเกาะหรือในอากาศที่มาสัมผัส(เหมือนได้เครื่องฆ่าเชื้อติดตามผนัง-ฝ้ารอบบ้าน) และยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วย เพราะด้วยคุณสมบัติเป็นสาร Hydrophillic ของสาร Photo Catalyst ที่เอามาผสมจะทำให้ผนังเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

 

การจัดการกับปัญหาเชื้อราที่คงอยู่ในบ้านเป็นเพื่อนเราตลอดไป

 

สำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังระดับรุนแรง จะพบปัญหาเรื่องเชื้อราสะสมในตัวบ้านต่อเนื่องไปอีกนาน เพราะโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาจนเบ็ดเสร็จเป็นไปได้ยากมาก วิธีที่จะป้องกันที่สามารถจะทำได้คืออาจจะต้องยอมลงทุนทำให้บ้านบางห้องที่จำเป็นมีสภาพเหมือนบ้านที่มีระบบฆ่าเชื้ออยู่ในบ้านเอง ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้นำไปเขียนในหัวข้อเรื่อง "ห้องปลอดเชื้อของอาม่า"

 

สำหรับท่านผู้สนใจอยากจะได้ข้อมูลการจัดการกับบ้านน้ำท่วมหรือบ้านปลอดเชื้อ


สามารถติดต่อมาที่ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it